สีของเปลือกไข่ไก่ที่ต่างกัน ให้คุณค่าทางอาหารต่างกันจริงหรือไม่?

หากกล่าวถึงสีของเปลือกไข่ไก่ในประเทศไทยเรามักจะนึกถึงสีน้ำตาลเป็นหลัก แต่ในต่างประเทศเช่นในสหรัฐอเมริกา และ สหภาพยุโรป รวมไปถึงประเทศญี่ปุ่น จะนิยมรับประทานไข่ไก่เปลือกสีขาวมากกว่า หรือแม้แต่ในประเทศที่นิยมรับประทานไข่ไก่เปลือกสีน้ำตาลอย่างเช่นประเทศไทยเรา ยังมีความเข้มของสีเปลือกไข่ที่แตกต่างกันตั้งแต่สีน้ำตาลเข้มไปจนถึงสีน้ำตาลอ่อนอมชมพู ซึ่งมักจะเกิดข้อถกเถียงกันว่าไข่ไก่เปลือกสีอะไรมีคุณค่าทางอาหารมากกว่ากัน


ซึ่งในความเป็นจริงแล้วนั้นความแตกต่างของสีไข่ไก่นั้นถือว่าเป็นความงดงามทางธรรมชาติ โดยสีของเปลือกไข่นั้นขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของแม่ไก่ เช่น แม่ไก่สายพันธุ์ Rhode Island Reds ออกไข่เปลือกสีน้ำตาล, แม่ไก่สายพันธุ์ Leghorns จะออกไข่ที่มีเปลือกเป็นสีขาว, แม่ไก่สายพันธุ์ Ameraucana จะออกไข่สีฟ้า และ แม่ไก่สายพันธุ์ไทยบราวน์ (Thai Brown) ที่มีการพัฒนาสายพันธุ์ในประเทศไทยและมีเลี้ยงในระดับอุตสาหกรรมอยู่ที่ สงวนฟาร์ม เพียงแห่งเดียวเท่านั้นจะให้ไข่เปลือกสีน้ำตาลอ่อนอมชมพู เป็นต้น โดยในกระบวนการสร้างไข่ไก่นั้น ตั้งแต่แรกเริ่มสร้างขึ้นในตัวของแม่ไก่นั้นจะเป็นสีขาว แล้วพวกรงควัตถุสีต่างๆ จะเข้าไปสะสมในเปลือกไข่ระหว่างที่ไข่เคลื่อนที่ไปตามท่อนำไข่ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 20 ชั่วโมงกว่าที่เปลือกไข่จะแข็งตัวสมบูรณ์


โดยในเปลือกไข่ไก่เปลือกสีน้ำตาลนั้นจะมีสารที่เรียกว่า Protoporphyrin ซึ่งเกิดจากการกระบานการแตกตัวของเม็ดเลือดแดงของแม่ไก่ เมื่อแม่ไก่สร้างเปลือกไข่ที่มีความแข็งเรียบร้อยแล้ว สาร Protoporphyrin ก็จะถูกปล่อยออกมาเคลือบที่ผิวของเปลือกไข่ ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายของขบวนการสร้างเปลือกไข่


แต่สิ่งที่สำคัญนั้น แม้ว่าไข่ไก่จากแม่ไก่แต่ละสายพันธุ์นั้นจะมีสีของเปลือกแตกต่างกันไป แต่องค์ประกอบและคุณค่าทางโภชนาการของเนื้อไข่ที่อยู่ด้านในนั้น แทบจะไม่แตกต่างอะไรกัน เราจึงสามารถเลือกรับประทานไข่ไก่เปลือกสีอะไรก็ได้เพียงแค่ต้องตรวจสอบลักษณะของเปลือกไข่ไก่ หลีกเลี่ยงการรับประทานไข่ไก่ที่เปลือกสกปรกหรือมีรอยแตกร้าว เพราะอาจเกิดการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคได้เท่านั้นเอง